ลูกเป็นหวัด คุณแม่ญี่ปุ่นดูแลอย่างไร?

ลูกเป็นหวัด คุณแม่ญี่ปุ่นดูแลอย่างไร?

kid-catch-a-cold

“โถ่ลูก…” เมื่อลูกไม่สบายคุณแม่ทุกคนก็คงพูดคำนี้ และในเวลาเดียวกันก็คงต้องคิดว่า “ฉันต้องยกเลิกนัดและแพลนที่มีทั้งหมด” ฉันก็ไม่ต่างกันค่ะ แต่ก็มีสิ่งที่สำคัญกว่าความเครียดเรื่องเหล่านั้น นั้นคือการดูแลลูกและขอให้ลูกหายเร็วๆ

ฉันเข้าใจดีค่ะว่าเด็กป่วยบ่อยๆ จะทำให้พวกเค้ามีภูมิต้านทานมากขึ้น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกของฉันเป็นไข้ หรือเป็นหวัด ฉันจะเริ่มกังวลว่า “ควรพาลูกไปหาหมอเลยดีไหม?” หรือ “ฉันควรจะอยู่บ้านไปก่อนดี?”

ตอนที่ลูกยังเล็กๆ ฉันพาเขาไปโรงพยาบาลบ่อยกว่าตอนนี้ เพราะเด็กเล็กจะไม่สามารถพูดหรือบอกได้ว่าพวกเค้าเป็นอะไร หรือไม่สบายตัวตรงไหน และฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะดูยังไงว่าเด็กป่วยตรงไหน ดังนั้น ถ้าคุณแม่เริ่มเป็นกังวลว่าลูกจะไม่สบาย ฉันแนะนำให้รีบพาไปหาหมอเลยนะคะ

ฉันเองก็มีประสบการณ์เลี้ยงลูกมา 6 ปีค่ะ เวลาที่ลูกเป็นหวัดฉันจะให้เขานอนพักค่ะ เพราะการพักผ่อนสำคัญมากสำหรับการฟื้นฟูความแข็งแรงของร่างกาย ทำให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้นค่ะ

และจากประสบการณ์ของฉัน ฉันก็เลยมีวิธีดูแลลูกของฉันเมื่อพวกเค้าเป็นหวัดหรือไม่สบายให้อาการดีขึ้น แบบนี้ค่ะ

  • รักษาระดับความชื้นภายในห้องให้อยู่ที่ 50-60% ซึ่งจะช่วยให้ลูกคอไม่แห้ง ช่วยลดการไอ คัดจมูก และอาการที่จะทำให้ไม่สบายได้
  • ดูแลอุณภูมิห้องให้อยู่ที่ 23 องศาเซลเซียส
  • เวลาที่เด็กไม่สบาย เขาจะมีอาการซึมและหงุดหงิดง่าย ฉันเลยต้องให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษ ด้วยการกอด หรือนอนข้างๆ เพื่อคอยถามลูกว่ารู้สึกปวดหรือมีอาการผิดปกติอะไรตรงไหนอีกไหม
  • ให้ลูกสวมเสื้อผ้าหนาๆ หรือ ห่มผ้าให้เมื่อรู้สึกว่าหนาว และคอยดูตลอด ถ้าเขารู้สึกร้อนหรือเริ่มมีเหงื่อก็ให้ดึงผ้าห่มออกค่ะ
  • ใช้ Ice Pack หรือ เจลเก็บความเย็นที่ใช้แทนน้ำแข็งได้ คอยประคบบริเวณ ต้นคอ ใต้แขน ใต้รักแร้ เพื่อช่วยลดไข้ เพื่อนฉันเคยบอกว่าให้ใช้กะหล่ำปลี 1 ใบ มาวางบนหัวให้ลูกเพื่อช่วยลดไข้ ซึ่งเพื่อนของฉันก็บอกว่าได้ผล แต่ฉันก็ยังไม่เคยลองนะคะ สงสัยต้องลองแล้วล่ะ!

สำหรับมื้ออาหาร ค่อนข้างมีความยุ่งยากพอสมควร เพราะลูกจะคิดไม่ออกว่าเขาอยากกินอะไร แต่ฉันก็อยากให้ลูกได้กินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สูง ดังนั้นสิ่งที่ฉันสามารถทำให้ได้ จะมีดังนี้ค่ะ

  • แอปเปิ้ลขูด กล้วย วุ้น เส้นอูด้ง และข้าวต้ม เป็นต้น
  • ถ้าลูกยังไม่หิว ฉันก็จะรอจนกว่าเขาจะบอกว่าเขาหิวแล้ว และบอกในสิ่งที่เขาอยากกิน
  • ถ้าลูกมีอาการที่ไม่ตอบสนอง ไม่รับรู้อะไร ให้รีบพาส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดค่ะ

แล้วถ้าลูกมีอาการน้ำมูกไหลล่ะ จะทำยังไง?

  • ฉันจะล้างจมูกให้ลูกด้วยน้ำเกลือ 2-3 ครั้งต่อวัน จะช่วยให้ลูกจมูกโล่งและไม่ต้องสั่งน้ำมูกให้เจ็บจมูกบ่อยๆ ค่ะ

สุดท้ายค่ะ! ทุกคนน่าจะอยากรู้กันว่าแล้ว ยา ล่ะฉันใช้ยังไงบ้าง?

  • ฉันจะใช้ยาลดไข้ก็ต่อเมื่อลูกมีไข้สูง 39 องศาเซลเซียส นอนไม่หลับตอนกลางคืน หรือ ไม่สบายมา 5 วัน แต่ไข้ไม่ลดลง
  • ฉันจะไม่ใช้ยาเพื่อช่วยลดน้ำมูก เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในหูชั้นกลาง ซึ่งเรื่องนี้แพทย์ชาวญี่ปุ่นเคยสอนฉันมาก่อน
  • ฉันใช้ยาแก้ไอเพื่อช่วยให้หายใจสะดวกและนอนหลับได้ดีตอนกลางคืนค่ะ

ฉันจะจดบันทึกอุณหภูมิร่างกายและอาการที่เกิดขึ้นต่างๆ ของลูก เพื่อใช้อธิบายให้คุณหมอฟัง จะได้ง่ายต่อการรักษาด้วยค่ะ ที่สำคัญการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติอย่าง Kira Kira Baby Care Set ก็สามารถเป็นเกราะปกป้องผิวลูกจากเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ และช่วยเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวในวันที่ลูกไม่สบายและมีผิวแห้งได้ด้วยค่ะ