ลูกเลือกกิน กินยาก คุณแม่ญี่ปุ่นมีวิธีจัดการแบบไหนน้า?

เด็กบางคนไม่ชอบกินอาหาร ทานยาก เด็กบางคนก็เลือกกินบ้างล่ะ การหาอาหารที่ลูกอยากทาน เป็นปัญหาใหญ่ของพ่อแม่กันบ้างรึเปล่าคะ? ถ้าใช้ เรามาแชร์กันค่ะ

ก่อนอื่นฉันจะแชร์เรื่องนิสัยการกินอาหารของลูกทั้ง 2 คนให้ฟังค่ะ เริ่มจากลูกสาวของฉันนะคะ เธอจะไม่ชอบลองกินอาหารรสชาติใหม่ๆ ยิ่งไปกว่านั้นอาหารที่มีสีเขียวเหมือนผักและอาหารที่มีรสเปรี้ยว เธอจะจินตนาการเรื่องรสชาติให้เป็นสิ่งที่ไม่ชอบได้ทันทีเลยล่ะ

ส่วนลูกชายเวลากินข้าวไม่ชอบอยู่นิ่งๆ ค่ะ จะกินไปเล่นไป เชื่อไหมคะว่าที่โรงเรียนเขาสามารถกินอาหารด้วยตัวเองได้ แต่อยู่บ้านจะงอแงไม่ยอมกินด้วยตัวเองค่ะ ฉันเลยต้องเข้มงวดเพื่อให้เขานั่งกินอาหารให้เรียบร้อยทุกครั้ง

เห็นไหมคะว่าทั้งลูกทั้ง 2 คนของฉันจะมีนิสัยในการกินแตกต่างกัน คนหนึ่งเลือกกิน คนหนึ่งกินยาก แล้วจะมีเทคนิคอะไรบ้างที่ทำให้ลูกกินอาหารได้ง่ายขึ้น? ได้กินรสชาติที่หลากหลายขึ้น?  มาดูกันเลย!

  1. จัดสรรอาหารทุกมื้อให้ดีที่สุดและเหมาะสม
    “กินอะไรก็ได้แบบนั้น” จริงไหมคะ? โภชนาการเลยเป็นเรื่องสำคัญมากในการเลี้ยงดูลูกค่ะ โดยเฉพาะอาหารที่ฉันเลือกกินตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์มาจนถึงทุกวันนี้ ต้องคัดสรรแต่ละอย่างให้ดีค่ะปกติฉันจะทำอาหารให้ลูกกินด้วยตัวเอง ดังนั้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือเรื่อง คุณค่าทางโภชนาการและความหลากหลายของสารอาหารในแต่ละวันค่ะ อย่างเช่น ถ้าช่วงกลางวันลูกได้กินคาร์โบไฮเดรตที่โรงเรียนเยอะ ช่วงมื้อเย็นฉันจะให้ลูกได้กินผักและผลไม้ที่เยอะกว่ากินข้าวค่ะ
  2. ทำตามคำขอ หรือ ตามใจลูกตอนกินข้าวบ้างก็ได้ ไม่ใช่เรื่องอาหารนะ
    ลูกชายต้องการให้ฉันป้อนข้าวให้ ฉันก็ช่วยป้อนเขานะคะ แต่ลูกจะบอกว่า “แม่ต้องบีบจมูกให้ผมหน่อยครับ แล้วผมจะกิน” ฉันก็ทำตามคำขอลูกนะคะ ทำซ้ำอยู่ 4-5 ครั้งจนกว่าลูกจะพอใจ ถ้าทำแบบนี้ตามที่ลูกขอ แล้วลูกยอมกินก็เก็บไว้เป็นเทคนิคกันได้นะคะ
  3. ใช้วิธีเล่าเรื่องสนุก ให้ลูกสนใจเมนูตรงหน้า เล่นไปกินไปด้วยกัน
    เมื่อครั้งที่ลูกของฉันยังเล็กๆ จะไม่ยอมอ้าปากจนกว่าที่ฉันจะแปลงร่างช้อนให้กลายเป็นเครื่องบิน ฟิ้วววว… เพื่อบินเข้าไปใกล้ๆ จนลูกยอมอ้าปากกินอาหารค่ะ มันได้ผลนะ บางครั้งเราก็ต้องให้ยอมให้เขากินไปด้วยเล่นไปด้วย และมันช่วยลดความเครียดให้ฉันด้วยล่ะ เพราะฉันกลัวลูกไม่ยอมกินค่ะ แต่เชื่อไหมว่าแม่บางคนอาจจะไม่เห็นด้วยกับการที่ฉันทำแบบนี้ แต่สำหรับฉันมันคือมื้ออาหารที่มีความสุขมากค่ะ
  4. ถ้าลูกไม่ชอบ ต้องปรับเปลี่ยนเมนูสม่ำเสมอ เปลี่ยนหน้าตาไม่เปลี่ยนคุณค่า
    ฉันเคยป้อนกล้วยให้ลูกกินบ่อยมากค่ะ เพราะมีประโยชน์มหาศาลและป้อนง่ายมาก ไม่กี่วันหลังจากนั้นลูกก็ส่ายหน้าไม่ยอมกินกล้วยอีก “ทำไมกันนะ?” “เอ๊ะ..หรือฉันให้ลูกกินเยอะเกินไป?” ตั้งแต่นั้นฉันก็ใช้วิธีใหม่ค่ะ ด้วยการใส่กล้วยผสมลงไปในแพนเค้ก ได้ผลค่ะ ลูกยอมกินล่ะลูกฉันยังกินมะเขือเทศได้ด้วยนะคะ แต่เมื่อโตขึ้นกลับไม่ยอมกินค่ะ ฉันเลยพยายามใส่มะเขือเทศลงไปในสตูว์หรือซุปเพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้ด้วย ถึงจะไม่ยอมกินก็ตามลูกของฉันยังมีปัญหากับการกินผักใบเขียวด้วยค่ะ ฉันจะใช้วิธีหั่นหรือสับผักเป็นชิ้นเล็กๆแล้วผสมกับลูกชิ้นหรือไข่เจียวเพื่อไม่ให้ได้กลิ่นของผัก แต่เด็กบางคนก็ไม่ชอบอาหารรสชาติอ่อน ถ้าเปลี่ยนบ้างก็น่าจะช่วยให้ลูกกินผักได้ง่ายขึ้นฉันยังพยายามจะทำให้อาหารทุกเมนูสำหรับลูกดูน่ากินเสมอ แต่ละเมนูต้องมีสีสันสดใส จานที่ใส่ก็ต้องมีลายน่ารักๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค่ะ หรือเลือกเมนูที่ทำง่าย และลูกสามารถมีส่วนร่วมในการทำร่วมกันได้ อย่างเช่น การทำมื้อเช้ากับ โอนิกิริ และ ไข่เจียวไมโครเวฟ
  5. กินเมนูเดียวกับลูกซะเลย!
    เมื่อฉันเริ่มเตรียมอาหารให้ลูก ฉันก็อยากรู้ว่ารสชาติแบบไหนที่ลูกจะชอบกิน เลยเตรียมให้ลูกหลากหลายรสมากค่ะ เพราะฉันไม่รู้ว่าลูกชอบหรือไม่ชอบอะไร ทุกอย่างมันเป็นรสชาติใหม่สำหรับเด็กๆ ค่ะ จริงๆ แล้วฉันสนุกกับการได้เห็นลูกกินอาหารว่าเขาจะแสดงออกมายังไง จะมีปฎิกิริยากับสิ่งที่กินเข้าไปยังไงบ้างแต่เมื่อเราโตขึ้นความรู้สึกเรื่องรสชาติกลับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เด็กๆ ที่กำลังเจริญเติบโตก็ไม่สามารถเลือกกินเฉพาะที่ชอบหรือไม่ชอบได้ ดังนั้นฉันเลยต้องกินอาหารเหมือนกันกับลูกค่ะ ถึงจะรู้ว่ามีบางอย่างที่ลูกก็น่าจะไม่ชอบ แต่เพื่อแสดงให้ลูกเห็นว่าฉันกำลังกินเหมือนกันกับเขาและเพื่อบอกเขาว่าสิ่งที่กำลังกินอยู่ “มันอร่อยดีนะ” อาจจะช่วยให้เด็กๆ สนใจการกินอาหารรสชาติที่แตกต่างขึ้นได้ในอนาคตค่ะ

คุณแม่ใช้วิธีไหนกันบ้างเพื่อให้ลูกได้กินอาหารที่มีประโยชน์และมีความหลากหลายมากขึ้น ในการดึงดูดความสนใจของลูกแต่ละครั้ง ลองมาแชร์กันได้นะคะ